IMG_3206_edited_edited

หลักสูตรประถมศึกษา

         "หน้าที่ของโรงเรียนเอื้ออำพน  มุ่งเน้นเสริมสร้างความแข็งแรงทั้งทางร่างกาย สติปัญญา จิตใจ สังคม  เตรียมความพร้อมเข้าสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้น  
เกิดทักษะทั้งทางด้านภาษา และการดำรงชีวิต  สามารถ"คิดเป็น ทำเป็น" ผ่านการปฏิบัติจริง เติบโตอย่างมีคุณภาพ และเต็มศักยภาพในอนาคต"

โรงเรียนเอื้ออำพน ได้จัดหลักสูตรของโรงเรียนขึ้นโดยอิง สาระการเรียนรู้จากกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการโรงเรียน นอกจากนั้นยังได้จัดให้มีการเรียนการสอนแบบ "การจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน(Brain based Learning : BBL)" 

 

อ่านออก เขียนได้ ด้วยหลักสูตร BBL

 

การเรียนรู้ หรือ กระบวนการคิด  ล้วนแล้วแต่อาศัยสมองและระบบประสาทเป็นพื้นฐานของการรับรู้  ดังนั้นหากนำความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับสมองเป็นเครื่องมือในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้และกระบวนการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องย่อมส่งผลให้นักเรียนเกิดศักยภาพสูงสุดในการเรียนรู้  เกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ  สามารถอ่านออก เขียนได้  โดยเชื่อว่าโอกาสทองของการเรียนรู้อยู่ระหว่างแรกเกิด – 10 ปี

ซึ่งการสอนแบบ BBL นั้นยังเป็นการจัดการเรียนรู้ที่สัมพันธ์กับทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligences) ของ Howard Gardner ซึ่งเป็นทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย  ซึ่งให้ความสำคัญกับการทำงานของสมองต่อการเรียนรู้ของมนุษย์อีกด้วย

 

เตรียมความพร้อมสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้น

 

โรงเรียนตระหนักถึงความสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้นักเรียน เพื่อให้ได้รับการศึกษาต่อในโรงเรียนที่มุ่งหวังในระดับที่สูงขึ้น อาทิโรงเรียนสวนศรีวิทยา โรงเรียนกาญจนาภิเษก  โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา  จึงจัดให้มีการแนะแนว แนวทางในการสมัครเข้าเรียน และเรียนเสริม โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย 

 

เปิดโลกผ่านการใช้ภาษา

 

นอกจากทักษะทางวิชาการ และทักษะในการดำรงชีวิต  โรงเรียนเล็งเห็นถึงความสำคัญของทักษะทางภาษาที่นับวันจะทวีความสำคัญ  และเป็นส่วนสำคัญต่อความสำเร็จของนักเรียนในอนาคต

 

ทางโรงเรียนจึงจัดหลักสูตร 3 ภาษา ไทย - อังกฤษ - จีน ขึ้น  โดยนักเรียนชั้นประถมศึกษา  จะได้มีโอกาสเรียนกับครูต่างชาติ  เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนเกิดความคุ้นชิน และทัศนคติที่ดีในการใช้ภาษา

การสอนแบบใช้สมองเป็นฐาน

_DSC0130.jpg

Brain-Based Learning



การนำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของสมองมาใช้ในการจัดการเรียนรู้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียน รวมถึงเป็นการพัฒนาการจัดการศึกษาให้ดีขึ้นด้วย

 

เนื่องจากสมองไม่ได้มีหน้าที่เฉพาะรับรู้แต่เพียงอย่างเดียว แต่จะเป็นอวัยวะที่สำคัญต่อการพัฒนาของอวัยวะทั้งหมดของร่างกาย ซึ่งจะรวมถึงการคิด การเรียนรู้ การจำ และพฤติกรรมของมนุษย์ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ครูผู้สอนควรจะมีความรู้เรื่องที่เกี่ยวกับการทำงานและการพัฒนาของสมอง เพื่อจะได้วางแผนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในลักษณะที่กระตุ้นให้สมองคิดและทำงานแบบท้าทาย ยั่วยุมากที่สุด ผู้เรียนได้คิดและแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ในทุกด้าน ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนได้พัฒนากระบวนการคิดและเรียนรู้เต็มตามศักยภาพ เป็นรากฐานไปสู่การเป็นคนดี คนเก่งและมีความสุขในการดำรงชีวิตและเมื่อเติบโตขึ้นจะได้เป็นเยาวชนพลเมืองที่ดีของสังคมต่อไป

 

 

 

IMG_0159.JPG
_DSC0116.jpg